Tuesday, 18 May 2010

เท่เกินไปแล้ว ซากุระอิ




สารภาพว่าถึงขั้นใจเต้นตึกตึก กับ ซากุระอิ โช ในเพลงนี้
เท่โฮก
เท่เกินไปแล้ว
โดยเฉพาะกับเนื้อเพลงท่อนแรก
Nara AIDORU ga dore hodo ka misete yaru yo

หัสยาขอตายอย่างสงบกับเพลงนี้



พีเอะสึ แต่ยังยืนยันว่าน้องจุนยังเป็นที่หนึ่งในใจพี่เสมอจ้ะ

Credit video clip: animexfreakx72 @youtube



Anti-Anti
作詞: 櫻井翔 / ha-j / ISSE
作曲: ha-j

あ、嵐?え、興味ないっすね。
Ah, Arashi? Eh, kyouminai ssu ne.
Oh, Arashi? Nah, I'm not interested.
ジャニーズでHIP HOPっすね。
JANIIZU de HIP HOP ssu ne
Johnny's is just hip hop.
アイドルがどれほどか見せてやるよ!
AIDORU ga dore hodo ka misete yaru yo
I'll show you just what a real idol is!

また階段登る 鳥がはばたくように
Mata kaidan noboru, tori ga habataku you ni
Climbing another staircase, just like a bird who wants to fly
川の流れさからう 人ゴミかきわけ
Kawa no nagare sakarau hitogomi kakiwake
Going against the flow of the river, pushing my way through people's trash
この末期症状 花咲かすきちんと 一輪の
Kono makkishoujou hana sakasu kichinto ichirin no
One flower blooms precisely in these terminal symptoms
真白いキャンバスに描く さらにでかく
Masshiroi canvas ni egaku sara ni dekaku
Painting on pure white canvas, again it's huge

まだ回る地球は
Mada mawaru chikyuu wa
The still turning world
回る変わりゆく街なみ
Mawaru kawari yuku machinami
The turning, changing town's waves
もう止まらず(最速で奪い取る)
Mou tomarazu (saisoku de ubaitoru)
It hasn't stopped yet (I'll be the fastest to steal it)
空高く(アイドルがどれほどか見せてやるよ)
Sora takaku (AIDORU ga dore hodo ka misete yaru yo)
Fly high in the sky (I'll show you just what a real idol is!)

I'll go!!! You just wait. I must run on the way.
It's not over yet. I must run on my way.
その時まで その先まで
Sono toki made sono saki made
Until that time, until I get to that point

あーもういい 外野 黙ってな
Ah mou ii gaiya damatte na
That's enough, you guys in the outfield, stay quiet
そこの飲み屋でIZM語ってな
Soko no nomiya de IZM katatte na
Talk about IZMs in the bar
まるで足んねーな 立てるアンテナ
Maru de tannee na tateru ANTENA
A standing antenna that definitely can't reach
君ら見てるの それはあさってだってんだ
Kimira miteru no sore wa asatte dattenda
You guys will see that the day after tomorrow
How many girls did you get?
俺はこんだけ人数いるぜ
Ore wa kondake ninzuu iru ze
I have all these people
たかがアイドル 風情がタイトル奪い取る
Takaga AIDORU fuzei ga TAITORU ubaitoru
I'll steal that title "just an idol" title that you look down on
最速で奪い取る
Saisoku de ubaitoru
I'll be the fastest to steal it

I'll go!!! You just wait. I must run on the way.
It's not over yet. I must run on my way.
There's no need to know. What may happen to me.
There's no need to stop. I want to look for me.
その時まで その先まで
Sono toki made Sono saki made
Until that time, until I get to that point

credit English translation : Ayame-chan @vox

Thursday, 8 April 2010

เรื่องเล่าจาก Berryz Kobo Live in Bangkok



- รู้จักวงนี้ครั้งแรกจาก Asian Song ปีที่ไอซ์ไปโชว์ ที่ช่อง 7 เอามาฉาย โอ๊ะ เจงกิสข่าน เวอร์ชั่นญี่ปุ่น น่ารักดีแฮะ เด็กผู้หญิงหน้าตาน่ารัก แต่กล้าเต้นท่าเพี้ยนๆ

- มีวงนี้ผ่านมาในโสตประสาทเป็นบางครั้งจากรายการเพลงในช่องเคเบิล

- จนในที่สุดมีข่าวว่าจะมาเล่นคอนที่เมืองไทย ถึงจะรู้จักแบบพอฮึมฮัมตามได้ 2 เพลง กับคุ้นหูกับเมโลดี้อีก 2 เพลง แต่ก็คิดว่าจะไปดู ด้วยตั๋วราคาถูกสุด ก็นะ ณ ที่นี่กรุงโซล เอ้ย ที่นี่กรุงเทพฯ ไม่มีคอนจากวงญี่ปุ่นมานานแล้วนี่นา อย่างน้อยก็ไปซึมซับบรรยากาศละกัน

- วันดีคืนดี PR ของคอนนี้ ติดต่อซื้อแอดในเล่มที่ทำงานอยู่ หน้าด้านๆ บอกพี่ AE "ไม่ว่ายังไงหนูขอบัตรฟรีนะพี่"

- ตอนตรวจสกู๊ป สารภาพว่าจำหน้าได้แค่สองคนจริงๆ (ตอนนี้เอาแบบไม่มีผิดพลาด ก็ยังแค่สองเหมือนเดิม -_-')

- หนังสือออกไป ฟีดแบ็กค่อนข้างดี แต่เรื่องบัตรคอนยังเงียบฉี่

- "จะเอาบัตรกี่ใบ" คือคำถามจากพี่ AE คนเดิม
  เลยหน้าด้านๆ ไปเป็นรอบที่สอง "ถ้าพี่จะกรุณา หนูขอสัก 4 จะได้ไหมคะ"

- ด้วยเพราะเป็นวงที่ไม่อยู่ในความสนใจของเพื่อนร่วมงาน ทำให้ได้รับสิทธิ์นั้นไปแบบไม่ต้องรอเศษบัตรเหลือ ในเวลาไม่ถึงสัปดาห์ก่อนคอนจะแสดง

- สองใบสำหรับเรากับเพื่อนเต็ม ส่วนอีกสองใบ กะไว้ตั้งแต่แรกว่าจะมอบให้เป็นกับน้องปุ้ยปุ้ยในฐานะที่น้องเป็นไอดอลในการกรี๊ดกร๊าดอาราชิของพี่ ซึ่งโชคดีประจวบเหมาะกับเพิ่งผ่านวันเกิดน้องมา เลยได้บวก tanjoubi purezento เข้าไปอีกหนึ่งวาระ

- ถึงจะรู้ว่าได้บัตร แต่ก็ยังไม่อาจวางใจได้เต็มที่ เพราะว่ายังไม่มีการคอนเฟิร์มว่าจะให้ไปรับบัตรที่ไหน ยังไง ถ้าฝั่งนู้นชิ่งขึ้นมา 'เสียหมา' แน่ๆ จนสุดท้ายพี่ AE คนเดิมอีกนั่นแหละที่โทร.ไปถามไถ่ให้ จนรู้ว่ารับได้หน้างานตอน 6 โมงเย็นเป็นต้นไป

- ถึงวันคอน ด้วยเพราะมีนัดเลี้ยงส่งเพื่อนเลิฟ ทำให้ลั้นลาในเซ็นทรัล ลาดพร้าว เพลินไปนิด มาถึงอินดอร์สายจากเวลาที่นัดไว้ (น้องปุ้ย gomen ne)

-จากคำบอกกล่าวของน้องปุ้ย น้องบอกมีโชว์เต้นคัฟเวอร์ บอกกับมีโอตาขุแดนซ์ด้วย โอ้ว มันน่าเสียดายยิ่งนัก เคยเห็นแต่ในทีวี ในเน็ต อยากเห็นตัวเป็น

- ถึงพลาดโอตาขุแดนซ์ แต่เราก็ได้เห็นบุคคลที่น่าจะเป็นโอตาขุ (ทั้งสัญชาติไทย และญี่ปุ่น) เดินกันว่อนหน้าอินดอร์ เป็นบุญตายิ่งนัก

-ไปรับบัตร อุแม่่เจ้า ได้มาเป็นป้ายห้อยคอ มีคำว่า 'press' ปะอยู่

- และแน่นอน เพราะว่ามันคือคอนจากญี่ปุ่น ประเทศที่ขึ้นชื่อในเรื่องการรักษาเวลา บอกคอนจะเริ่มเวลาไหนก็เวลานั้นเป๊ะ ไม่มีการบวกเพิ่มตามกำลังศรัทธาเหมือนคอนที่เคยเจอในบ้านเรา

- พื้นที่บัตรแพงเรียกได้ว่าบัตรเกือบเต็ม ส่วนในส่วนสแตนด์เรียกว่าอาจจะโหรงเหรงไปนิด มีน้องเล่าว่า บัตรมีการลดแลกแจกแถมกันสุดฤทธิ์ ประมาณว่า ซื้อผลิตภัณฑ์เครือโออิชิครบ 1,000 รับไปโลดบัตรแพงสุด 2 ใบ

- เราคงจะชินกับพฤติกรรมประเภท อ๊ะ ที่โน้นว่างอยู่ ไว้รอคอนเริ่มสักพัก เดี๋ยวเราขยับไปนั่งตรงโน้นดีกว่า มุมดีกว่าอีก แต่ขอโทษ... กับคอนนี้คุณมิสามารถ เพราะทันทีที่คุณขยับกายเปลี่ยนที่นั่ง สตาฟฟ์คอนชุดดำก็จะปรี่เข้ามาขอดูตั๋ว และอัญเชิญคุณกลับที่เดิม

- คอนบ้านเรา คุณอาจจะเห็นภาพคนดูควักกล้องมาถ่ายกันพรึ่บ ไฟจากมือถือสว่างเรืองตอนนักร้องคนโปรดโผล่มาตรงหน้า แต่กับคอนนี้ ทันทีที่คุณกดแชะ พี่การ์ดก็จะพุ่งเข้าหาคุณโดยพลัน มันเป็นเรื่องของลิขสิทธิ์ อย่าได้คิดแหยม

- มาวกเข้าเรื่องคอน เพลงสรรเสริญจบ ไฟดับพรึ่บ ตื่นตาตื่นใจยิ่งนัก ทะเลเพนไลต์สว่างพรึ่บ ประทับใจศรียิ่งนัก แต่หมู่เฮามิได้เตรียมการใดๆ มา จึงทำได้เพียงการโบกมือเปล่าๆ ขึ้นลงตามจังหวะเพลง

- และคาดว่าคงมีคนอดรนทนไม่ไหวกับนังสี่คนนี้ เลยมีคนเอาแบล็กไลต์มาให้ บอกไว้ใช้ตอนช่วงอังกอร์ เพื่อเซอร์ไพรส์วันเกิดให้รี่จัง (จากคำบอกเล่าของน้องปุ้ย) แต่ทันทีที่ของตกมาอยู่ในมือ เราก็หักเป๊าะมันโดยพลัน มีพร็อพแล้วเฟ้ย

- เข้าใจแล้วเวลาดูแฟนแคมแล้วมีเสียง kawaii~ ลอดมาเป็นระยะ เพราะระหว่างดูคอน คำว่า 'น่ารัก' หลุดจากปากเราเป็นระยะถี่ๆ

- น้องๆ เล่นคอนแบบทุ่มเต็มที่มาก ทุกเพลงร้องสด เต้นใส่กันเต็มที่ ที่สำคัญ เสียงดี แรงดี ไม่มีตก

- จริงๆ มันมีเซอร์ไพรส์เป็นน้องๆ จะใส่ชุดไทยร้องเจงกิสข่าน แต่เพราะชุดที่เตรียมไว้ไม่พอดีกับขนาดตัวน้องๆ เซอร์ไพรส์นี้จึงตกไป (เสียดาย)

- โมโม่นิ้วก้อยเด้งตลอดคอน และน้องดูช่างเป็นสิ่งมีชีวิตที่โคตรน่ารัก คู่ควรกับประโยคที่บอกว่า 'โมโมจิน่ารัก' จริงๆ ให้ดิ้นตาย

- โซนบัตรแพงทุกคนเต็มที่สมราคาบัตรมาก โบกเพนไลต์ตรงจังหวะเป๊ะ ทำท่าทางประกอบเพลงกันได้ทุกเพลง พอมีเพลงที่มีพร็อพประกอบเป็นผ้าหลากสี ทุกคนก็ควักผ้ามาสะบัดตามเพลงไม่มีหลุดสเต็ป ประทับใจศรีจริงๆ ฮ่ะ ณ จุดนี้

- จบคอน น้องๆ ยกมือไหว้ ขอบคุณค่ะ เห็นรี่จังน้ำตาคลอ หนูประทับใจพวกเรา พวกเราก็ประทับใจพวกหนูเหมือนกันจ้ะ

- และแน่นอน เมือคอนเริ่มตรงเวลา มันก็จบแบบตรงเวลา

- ออกมาข้างนอก เจอพี่ญี่ปุ่นเสื้อเปียกประหนึ่งพี่ไปเล่นสงกรานต์มา พวกพี่เต็มที่กันจริงๆ หนูนับถือ

-สุดท้าย หวังว่าคงจะมีวันที่เราได้โบกเพนไลต์ตามจังหวะเป๊ะๆ ไม่พลาดทุกสเต็ปแดนซ์ กับคอนอาราชิในเมืองไทย

- แต่ก่อนจะถึงวันนั้น คอนคัตตุน จะมีโอกาสได้บัตรฟรีอีกม้ายยยยยยยยย





Friday, 22 January 2010

อย่าทิ้งฉันกลางทาง

(เหตุการณ์เมื่อหลายเดือนก่อน)

"เออ... หมาบ้านท้ายซอยไม่อยู่แล้วนะ" 
ไม่ต้องบอกพิกัดที่ชัดเจนไปมากกว่านี้ ไม่ต้องบอกว่าหมาตัวไหน เราก็พอเดาออก 
(บ้านเป็นทาวน์เฮาส์ค่ะ แล้วบ้านท้ายซอยทั้งสองหลังก็เลี้ยงหมาทั้งคู่)
เจ้าหมาตัวที่ว่า... เราไม่เคยเห็นเจ้าของปล่อยให้ออกมาเดินเล่นนอกบ้าน เวลาที่เราจูงหมาที่บ้านไปเยี่ยมเยียนหมาเพื่อนบ้าน ก็จะเจอเจ้าตัวนี้นอนเซื่องๆ หน้าตามอมแมม ด้วยแววตาไม่มีความสุขอยู่ในรั้วบ้าน

"ม้าเห็นหลังๆ ไม่ค่อยได้ยินเสียงมันร้อง (ร้องเพราะถูกเจ้าของตี) เลยไปถามป้าเวียง (ป้าอยู่บ้านตรงข้ามกับน้องหมาตาเศร้า) ป้าแกบอกมันไปสวรรค์แล้ว ไปดีแล้ว"

แต่เหตุให้น่าหดหู่มันไม่ด้อยู่ที่น้องหมาตายหรอกค่ะ
ที่น่าหดหู่มาจาก...

เจ้าของเขาไม่ให้ข้าว ไม่ให้น้ำ ปล่อยให้มันค่อยๆ อดตายไปเอง

ได้ยินครั้งแรกได้แต่อึ้ง อึ้ง และอึ้ง
และ (เกือบ) แช่งเขาไปแล้ว
แต่มาคิดได้ว่า ไม่ต้องไปแช่งเขาหรอก
สิ่งที่เขาทำ เราว่าสักวันเขาคงได้รับสิ่งที่เขาทำไว้ตอบแทน

ไม่เข้าใจเหมือนกัน จะเลี้ยง จะเอาเขามาอยู่ด้วยทำไม
ในเมื่อคุณไม่พร้อมที่จะดูแลเขา
เรียกว่า... ไม่มีให้เขาแม้แต่ความรัก

หลับให้สบายนะมอมแมม (ไม่แน่ใจว่าน้องหมาตัวนั้นชื่ออะไร แต่จากสภาพที่เราเคยเห็น ชื่อมอมแมมเหมาะกับเขามาก และเรียกด้วยชื่อนั้นมาตลอด)

 

เริ่มรักเมื่อตอนแรกเจอ เธอจับจองตัวฉัน กลิ่นนั้นยังจำไม่เคยจาง
คอยเอาใจ อภัยให้ทุกอย่าง จับจูงร่วมทาง ให้ฉันวิ่งเคียงข้างไป
แต่แล้วเมื่อวันนั้นมา เธอกลับพาตัวฉัน ปลอ่ยฉันตรงมุมไม่คุ้นเคย
สั่งให้รอ ก็รออยู่เฉย ๆ แม้วันล่วงเลย ไม่เคยไปจากตรงนั้น

รอคนที่ทิ้งฉันกลางทาง รอคนที่รักอย่างภักดี
รอเธออยู่ตรงนี้ เพราะฉันไม่มีใจเหลือไปให้ใคร
อย่าเลย อย่าทิ้งฉันกลางทาง อย่าเลยอย่ารักเพียงพักเดียว
อย่าทำให้ฉันต้องคอยเหลียว คอยมองหา อย่าเลย


ยังห่วงหา ยังคงรออยู่ตรงนี้ เพราะใจที่มียังคิดถึงคนที่เลี้ยงดูมา
เฝ้าตามหา เพราะไม่เคยจะรู้ว่า คนที่รักตลอด จะไม่เลี้ยงตลอด จะไม่กอดฉันตลอดไป

(เพลง อย่าทิ้งฉันกลางทาง จากละคร น้องใหม่ร้ายบริสุทธิ์)


Thursday, 21 January 2010

เรื่องคืนนั้น...

คืนวันจันทร์ หรือจะเรียกว่าเช้าวันอังคาร ราวตี 4 นิดๆ
นั่งทำงานอยู่ที่ออฟฟิศคนเดียว
จู่ๆ ไฟก็ดับพรึ่บ
เอาแล้วจุ้ย
เล่นตูแล้ว..

และพฤติกรรมที่ทำประจำเวลาไฟดับ แล้วหัวเดียวกระเทียมลีบ
คือการฟุบกับโต๊ะ และหลับตาปี๋
ประมาณว่าถ้ามีอะไรแปลกปลอม ก็คงมองไม่เห็น
เดชะบุญตอนนั้นเปิดอาราชิ (จากมือถือ) ไว้ บรรยากาศเลยไม่วังเวงมาก

เอานา.. เดี๋ยวไฟมันคงติด
เอานา...
เอานา...

ผ่านไป 10 นาทีก็แล้ว 20 นาทีก็แล้ว
ทุกอย่างยังคงเหมือนเดิม
มีเพียงความมืด และเสียงเพลงจากอาราชิ

สมองเริ่มจินตนาการ
ก่อนกลับมาทำงาน เพื่อนที่เรียนด้วยกันคุยถึงหนัง 'ตายโหง'
จินตนาการเริ่มมา

เมื่อเสาร์ ช่างภาพถาม อยู่ออฟฟิศคนเดียว ไม่เคยเจอผีมั่งเหรอ
จินตนาการเริ่มมา

เสียงคุยของยามข้างล่าง ดังขึ้นมาข้างบน
อ๊ะ มีคนคุยกันอยู่ข้างๆ
เสียงกอกแกกนู่นนี่
เฮ้ย ใครอยู่แถวนี่

ฟุบหน้ากับหมอนมานาน
ชักเริ่มหายใจไม่ออก
จินตนาการบรรเจิด
นานกว่านี้อาจประสาทเสียได้

ปิดเครื่อง Mac
ปิด printer
ปิดแอร์
ยัดทุกอย่างลงกระเป๋า
ปิดสวิตช์ไฟ

เปิดฝาพับมือถือ
มือเกาะราวบันได
ตามองต่ำ
อาศัยแสงเรืองๆ กับเสียงอาราชิเป็นเพื่อนไต่ลงมาจากชั้น 4 ถึงชั้น 1

เพื่อพบว่า...
ออกไปนอกตึกไม่ได้
เพราะประตูล็อกไฟฟ้า
และพี่ยามที่อยู่นอกตึกก็มิสามารถช่วยอะไรอิฉันได้เลย

ที่ทำได้ืคือ นั่งหลับกับโซฟาหลังประตู
กับความมืด และความเงียบ
เพราะมือถือแบตหมดไปเรียบร้อย

ผ่านไปนานเท่าไหร่ไม่รู้
ก็มีเสียงเคาะก๊อกๆ ที่ประตู
"พี่ๆ ไฟมาแล้ว"
โอ... อิสรภาพมันช่างหอมหวานเหลือเกิน


เรื่องคืนนั้นสอนให้รู้ว่า... ควรศึกษาวิธีเปิดประตูออฟฟิศตอนไฟดับไว้ด้วย มิฉะนั้น อาจจะเป็นเช่นนี้

Wednesday, 13 January 2010

คิดเอาเอง

นอกจากจะมีความดันทุรังแบบบ้าๆ เป็นสันดานแล้ว
หัสยายังมีสันดานอีกอย่างที่ฝังรากลึก นั่นคือ 'คิดเอาเอง'
คิดเอาเองว่ามันต้องเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ และมั่นใจว่ามันต้องเป็นอย่างที่คิด


คิดเอาเองว่าตัวเองเกิดวันอาทิตย์
ไม่รู้ว่าเหตุอะไรถึงคิดอย่างนั้น แต่เอาเป็นว่าคิดว่าตัวเองเกิดวันอาทิตย์อยู่นานหลัก 15 ปีขึ้น จนได้มาเปิดปฏิทิน 100 ปี เอ๋า... เกิดวันศุกร์นี่หว่า

คิดเอาเองว่าตัวเองเกิดปีเถาะ
ก็กระต่ายมันดูน่ารักกว่าไก่นี่นะ เลยคิดว่าตัวเองเกิดปีเถาะ คิดฝังหัวอย่างนั้นพอๆ กับที่คิดว่าตัวเองก็วันศุกร์ จนได้สะดุดใจนิดหนึ่งตรงที่ เอ๊ะ ทำไมพออายุ 12 ปี ปีนักษัตรไหงไม่เป็นปีเถาะ แต่ ณ ตอนนั้นยังคิดว่า คงมีการคำนวณใดๆ ผิดพลาด มันเลยไม่ตรง แล้วก็ยังเชื่อว่าตัวเองเกิดปีเถาะกันต่อไป จนมาสำเหนียกได้ตอนเรียน ม.ปลาย

คิดเอาเองว่ากางเกงเลต้องใส่แบบเอามาผูกให้เป็นปม
ใส่กางเกงเลครั้งแรกตอน ม.ต้น ไม่มีใครมาบอกมาต้องใส่ยังไง เลยคิดเอาเองว่ากางเกงเลต้องใส่โดยการจับผ้าตรงเอวทั้งสองข้างมาผึกให้เป็นปม แล้วไอ้เชือกที่อยู่ตรงก้นนั้นเขามีไว้ปล่อยให้เป็นหางอย่างนั้น มิหนำซ้ำ ตอน ม.ปลาย ยังสอนเพื่อนใส่กางเกงเลด้วยวิธีการเดียวกับตัวเอง (เอาเข้าไป) เพิ่งมารู้เอาตอนสงกรานต์ปีที่แล้วว่าวิธีการใส่กางเกงเลที่ถูกต้องเป็นยังไง


อืม... แต่ละอย่าง คิดไปได้

Sunday, 10 January 2010

วันของเด็ก




ซื้อชุดให้หลานสาวคนกลาง และคนเล็ก เป็นของขวัญวันเกิด ปีใหม่ และวันเด็ก (รวบยอด) กะไซซ์ผิดไปทั้งคู่ ของคนกลางนี่หวิดติ้ว ส่วนของคนเล็กนี่แทบจะเป็นชุดราตรี

แฟชั่นน้องพลอย และน้องจิงจิง เชิญยลกันได้

Tuesday, 17 November 2009

อยู่กับสิ่งที่มี ไม่ใช่สิ่งที่ฝัน : Uta no Oniisan

Rating:★★★★★
Category:Other
มื่อคราวที่ดำรงสถานะเป็นคนว่างงาน (อยู่ 9 เดือน) สิ่งหนึ่งที่เราเอามาไว้กล่อมเกลาจิตใจก็คือ เพลง (ไทย)
คนมีความรัก มักจะอินกับเพลงรักโน่นนี่ฉันใด
ไอ้คนที่มีฝันลมๆ แล้งๆ อย่างเราก็อินไปกับเพลงให้กำลังใจต่างๆ นานาฉันนั้น

หยุดฝันก็ไปไม่ถึง
กับ
Live and Learn
เป็นสองเพลงที่เราเอามาใช้กล่อมเกลาจิตใจมากที่สุดในช่วงเวลานั้น
แต่ ฟังบ่อยๆ เข้าก็เกิดสับสน นี่ฉันจะเชื่อแบงค์ หรือจะเชื่อคุณป้ากมลาดี ก็คนหนึ่งบอกให้ว่า อย่าหยุดที่จะฝัน ไม่อย่างนั้นก็จะไปไม่ถึง
ขณะที่อีกคนบอกว่า อยู่กับสิ่งที่มี ไม่ใช่สิ่งที่ฝัน
……
…..
…..


เอา ล่ะ เหมือนจะนอกเรื่องมานาน หนนี้จะพูดถึงซีรีส์สัญชาติญี่ปุ่นที่ตอกย้ำสิ่งที่คุณป้ากมลาร้องไว้ว่า... อยู่กับสิ่งที่มี ไม่ใช่สิ่งที่ฝัน และทำสิ่งนั้นให้ดีที่สุด

うたのおにいさん (Uta no Oniisan)

ยาโนะ เคนตะ เป็นผู้ชายประเภทที่เรียกว่า แทบไม่มีจุดมุ่งหมายใดๆ ในชีวิต
ใช้ ชีวิต salary man แบบหมุนเรื่อยๆ ไปวันๆ ชีวิตจะมีสีสันหน่อยก็กับบทบาทนักร้องนำในวงดนตรีที่เขาร่วมกันฟอร์มกับ เพื่อนๆ และมีหญิงสาวหนึ่งเดียวในวงเป็นแฟน


แต่เหมือนโชคชะตาเล่นตลก
เมื่อเคนตะโดนไล่ออกจากงาน
วงที่เป็นเหมือนหลักยึดเหนี่ยหลักเดียวในชีวิต จู่ๆ ก็มายุบวงไปแบบไม่รู้เนื้อรู้ตัว
มิหนำซ้ำแฟนสาวก็มาบอกเลิก
ยัง... ยังไม่พอ คนเป็นพ่อยังมาบอกให้เขาชดใช้เงินที่เคยส่งเขาเรียนจนจบมหาวิทยาลัย ด้วยเหตุผลว่า ...เพราะฉันไม่ได้ส่งแกเรียน เพื่อให้แกมาเป็นคนว่างงาน

เมื่อหลังชนฝาซะแล้ว เขาจะทำอะไรได้ นอกจากยอมรับกับชะตากรรม
แล้วก็ลองดิ้นอีกสักเฮือกด้วยการไปสมัครเป็นโปรดิวเซอร์รายการทีวี
ผลการดิ้นรนเฮือกสุดท้ายส่งผลให้เขาได้งาน
แต่... โปรดิวเซอร์รายการทีวีกลับกลายเป็น เพื่อนสุขสันต์ ในรายการเด็กซะอย่างนั้น

ผู้ชายหน้าตาบึ้งๆ ปากคอเราะร้าย ความอดทนต่ำเป็นเลิศ แถมหาความสุขในชีวิตแทบไม่ได้ จะมาสร้างความสุขให้เด็กๆ ในรายการเพลงได้อย่างไร

ร้องเพลงด้วยหน้าตาบึ้งๆ เต้นไปแบบแกนๆ หงุดหงิดอะไรก็แสดงออกมันทางสีหน้าทันที เถียงมันทุกเรื่องที่เถียงได้
นั่นแหละคือสิ่งที่เคนตะคุงแสดงออก
เลิกสักที พอเหอะ กับหน้าที่เพื่อนสุขสันต์
นั่นแหละคือสิ่งที่เคนตะตุงคิด

แต่ในเมื่อเป็นคนที่ไม่มีทางเลือกทางที่สอง สาม ในชีวิต และไม่คิดจะไขว่คว้าอะไรเพิ่มเติม
สิ่งที่เขาจะทำได้คือ การอยู่กับสิ่งที่มีให้ได้ และแน่นอน.. ก็ต้องมีความสุขกับมัน

ทำงานตรงหน้าให้ดีที่สุด สนุกกับมัน
จากเพื่อนสุขสันต์ ได้ก้าวผ่านไปสู่พี่ชายแห่งเพลง
ชีวิตที่ไม่เคยรู้ว่าความสุขคืออะไร จะหาได้จากไหน
ในที่สุดเขาก็ให้คำตอบกับหัวใจตัวเองได้
สิ่งที่เขาทำในทุกวัน การได้ร้องเพลงกับเด็กๆ ทำหน้าที่พี่ชายแห่งเสียงเพลง
นั่นแหละคือความสุขในชีวิตเขา

ในชีวิตจริง ใช่ทุกคนจะไปถึงฝั่งฝัน หรือใช่ว่าเส้นทางชีวิตจะงดงามราบเรียบราวโปรยด้วยกลีบกุหลาบ
มีหลายคนที่ยอมกัดฟันดิ้นรนเพื่อไปให้ถึงสิ่งที่ตัวเอง 'ฝัน' เหนื่อยหน่อย ลำบากหน่อย แต่ผลของความพยายามคงจะให้ผลที่หอมหวาน
ขณะ ที่มีบางคนยินดีก็ที่จะถอนตัวออกจากเส้นทางความฝันนั้น ไปไม่ถึงก็ไม่ได้หมายความว่าจะแพ้ สิ่งที่เป็นอยู่แม้ไม่ใช่สิ่งที่ฝัน แต่ใช่ว่าจะมีความสุขกับมันไมได้ซะหน่อย... จริงไหม

"ฉันแค่อยากจะทำในสิ่งที่ฉันทำได้โดยที่ไม่เกินความสามารถของฉัน ทำงานไปเรื่อยๆ ตราบเท่าที่ยังสนุก" ยาโนะ เคนตะ เขาบอกไว้อย่างนั้น

ภาพประกอบ : kojaproductions.wordpress.com